Category Archives: travel news

บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

แหล่งรวมงานศิลป์ทรงคุณค่าที่ควรไปเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิตที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง คลองที่ตั้งเมืองบางกอกแห่งแรกนับตั้งแต่สมัยอยุธยายาวนานเป็นเวลากว่า 500 ปี ซึ่งต่อมากลายเป็นถิ่นฐานบ้านขุนนางสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ บ้านศิลปินเดิมเป็นบ้านเก่าของ “ตระกูลรักสำรวจ” ตระกูลช่างทองเก่าแก่ (more…)

วนอุทยานปราณบุรี

เดิมเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า คลองคอย มีพื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ ประกอบด้วย ป่าชายเลน และมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานมีพื้นที่ 700 ไร่ (more…)

ศาลาธนารักษ์ 1

เรียนรู้และภาคภูมิใจในทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติผ่านเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ของยุคสมัยต่างๆ โดยจะเน้นไปที่การจัดแสดงเงินตราสมัยล้านนาเป็นพิเศษ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็นสองชั้นด้วยกัน ได้แก่ บริเวณชั้นล่าง เป็นที่จัดแสดงเหรียญแบบต่างๆ ในแต่ละยุคสมัย (more…)

บึงฉวาก

ที่นี่คือบึงน้ำธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรี ความกว้างใหญ่ของบึงแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือประกอบด้วยพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม น้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรและชั่วคราว (more…)

สถานีเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย

สถานีเพาะเลี้ยงและขยายสัตว์ป่าแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่มีอยู่ ประมาณ 15,880 ไร่ให้เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาทางด้านเกษตรกรรม โดยเน้นการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม (more…)

สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค)

จากสวนสวรรค์ของคนสระบุรีที่งดงามไปด้วยดอกไม้ป่าสะพรั่งบานส่งกลิ่นหอมอบอวล แต่ด้วยสภาพพื้นที่เดิมเป็นป่าดิบแล้ง เต็มไปด้วยหนาม เถาวัลย์ ทางกรมป่าไม้จึงเข้ามาพัฒนาให้เป็น “สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค)” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 ถือเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย สำหรับปลูกรวบรวมพรรณไม้นานาชนิด ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศและต่างประเทศอย่างเป็นหมวดหมู่ เป็นที่ศึกษาวิจัยพันธุ์พืช และให้บริการความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับพืช ทั้งยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ครอบคลุมสองฟากฝั่งถนน หากมาจากสระบุรี ทางซ้ายมือจะเป็นส่วนของอาคารสำนักงานและห้องสมุดพรรณไม้ ทางขวามีพื้นที่กว้างขวางในบรรยากาศร่มรื่น มีลำธารไหลผ่าน จัดเป็นสวนหย่อม ส่วนมากเป็นไม้พื้นบ้าน ประกอบด้วยพรรณไม้ต่างๆ 35 วงศ์ พรรณไม้ในวรรณคดี และพรรณไม้สมุนไพร สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ โดยเฉพาะไม้มีค่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติแก่ผู้สนใจ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สำหรับแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่น่าสนในสวนแห่งนี้ เช่น แปลงปลูกพรรณไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด แปลงพรรณไม้หอม แปลงพรรณไม้มงคลที่ปลูกตามทิศ แปลงพืชให้สี แปลงไม้เกียรติประวัติไทย ยังมีทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,500 เมตร และทางศึกษาพรรณไม้อีกประมาณ 4,000 ชนิด ใครชอบเที่ยวสวน ดูต้นไม้ ชื่นชมพรรณไม้หายาก รับรองว่ามาที่นี่แล้วไม่ผิดหวัง
(more…)

เกาะหลีเป๊ะ

มัลดีฟส์เมืองไทยที่จะทำให้คุณหัวใจละลายไปในพริบตา เพียงแค่เห็นน้ำทะเลใสแจ๋วจาก “อ่าวพัทยา” อันเป็นจุดจอดเรือนักท่องเที่ยว ซึ่งคุณจะได้ค้นพบว่าที่นี่คือสรวงสวรรค์ของคนรักทะเลอย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้เกาะหลีเป๊ะจึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เพราะความเป็นเกาะที่มีทุกสิ่งที่น่ารื่นรมย์อย่างครบรส (more…)

วัดชมโพธยาราม

วัดเพียงแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีการก่อสร้างสังเวชนียสถานครบทั้ง 4 ตำบล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ โดยสังเวชนียสถานทั้ง 4 นั้นประกอบด้วย อุทยานลุมพินีสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พุทธคยาเจดียอันเป็นสถานที่ตรัสรู้ เจดีย์ปฐมเทศนาที่เรียกกันว่าธัมเมกขสถูป และสุดท้ายคือสถานที่ปรินิพพาน

วัดนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2523 โดยพระครูปลัดสุโพธิ์ จันทาโภ ที่ได้รับการถวายที่ดินจากสองสามีภรรยาคือนายชม และนางเยี่ยม ทองคำเปลว จำนวน 12 ไร่เศษ หลังจากนั้นก็มีการสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ รวมถึงสังเวชนียสถานจำลองทั้งสี่แห่งดังที่เห็นในปัจจุบัน
(more…)

บ้านห้าง ร.5

สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกในรูปแบบเรือนสองชั้นที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังแห่งนี้ เป็นมรดกตกทอดของคหบดีชาวกำแพงเพชร ซึ่งความน่าประทับใจอยู่ที่เสาเรือนทุกต้นใช้ไม้สักต้นเดียวยาวตลอดรวมถึงหน้ามุขยังประดับด้วยไม้ฉลุประณีตงดงามนอกจากนี้ บริเวณหน้าบ้านยังมีลักษณะเป็นคลองสายยาว หรือที่เรียกว่าคลองสวนหมากโดยบ้านหลังนี้เป็นของ “พะโป้” คหบดีชาวพม่าซึ่งมีอาชีพค้าไม้ที่บริเวณปากคลองสวนหมากเมืองนครชุมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้ซื้อบ้านมาจากพระยารามครั้งหนึ่งสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรเมื่อปีพ.ศ. 2449 ได้เสด็จเยือนบ้านพะโป้จนเป็นที่มาของชื่อบ้านห้างร.5

ตามประวัติกล่าวว่ามองสุภอหรือพระยาตะก่าพี่ชายพะโป้ได้เข้ามาขอรับเช่าทำการค้าไม้จากพระยากำแพงเพชร (อ่อง) ในราวปลายรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2418 จนถึงปีพ.ศ. 2418 ได้ถึงแก่กรรมต่อมาปีพ.ศ. 2429 พะโป้ได้เริ่มทำการค้าไม้โดยตั้งบ้านเรือนที่บริเวณปากคลองสวนหมากซึ่งเป็นทำเลในการชักลากลำเลียงซุงไม้จากป่าส่งลงไปยังเมืองนครสวรรค์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าไม้ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือตอนล่างด้วยความมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาพะโป้และพระยาตะก่า (พี่ชาย) ได้ร่วมกันบูรณะองค์พระเจดีย์และยกยอดฉัตรวัดพระบรมธาตุเจดียารามที่นครชุมแห่งนี้
(more…)

ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง

หากอยากทำความรู้จักกับวิถีและวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านผืนผ้าของชาวลาวครั่งและลาวเวียง ที่พากันอพยพเข้ามาอยู่ในภาคกลางของประเทศไทยแล้ว ที่ศูนย์ทอผ้าลายโบราณแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสความสวยงามของลวดลายบนผืนผ้าจากภูมิปัญญาที่ผ่านการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ชาวลาวครั่งและลาวเวียงต่างมีวิถีการทอผ้าที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ที่น่าจับตามอง (more…)